ในระบบอีเมลขององค์กร การสะกดชื่อผู้รับผิดแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้ข้อความสำคัญส่งไม่ถึงปลายทาง
Catch-all Email คือฟีเจอร์ที่ช่วยเปลี่ยนเส้นทางอีเมลเหล่านั้นไปยังอีเมลสำรองที่กำหนดไว้ ช่วยให้องค์กรไม่พลาดการติดต่อ แม้ชื่ออีเมลที่ใช้อาจจะไม่มีอยู่จริงในระบบ
ดูขั้นตอนการตั้งค่า Catch-all Email บน Google Workspace ได้เลยด้านล่างนี้
- ต้องใช้สิทธิ์ Admin ใน Google Workspace
- ฟีเจอร์นี้สามารถเปิดใช้งานได้เฉพาะโดเมนหลักเท่านั้น
- ระบบจะเริ่มทำงานหลังจากตั้งค่าประมาณ 1–2 ชั่วโมง
ขั้นตอนการตั้งค่า Catch-all Email บน Google Workspace
ไปที่ admin.google.com ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ (Admin)
ไปที่เมนู Apps
เลือก Google Workspace
คลิกที่ Gmail
คลิก Routing
ที่หัวข้อ Routing ให้คลิก Configure
หรือ Add another rule (หากมีกฎที่สร้างไว้ก่อนแล้ว)
ตั้งชื่อกฎ เช่น Catch-all Rule
ในหัวข้อ Email messages to affect
- ติ๊ก Inbound เพื่อใช้กับอีเมลขาเข้าเท่านั้น
ในหัวข้อ Route
- ✅ Change envelope recipient
- ✅ Replace recipient
ป้อนอีเมลปลายทางที่ต้องการให้รับเมลทั้งหมด ในช่อง Enter new email address
คลิก SAVE เพื่อบันทึกการตั้งค่า
- อีเมลสแปม ก็อาจหลุดเข้ามาได้ เพราะระบบไม่สามารถแยกชื่ออีเมลปลอมได้
- แนะนำให้ตั้ง Gmail filter เพิ่ม หรือส่งเมลเข้า Google Group เฉพาะกิจ เพื่อจัดการแยกต่างหาก
- หลีกเลี่ยงการใส่อีเมล alias หรือ Google Group ที่มีการ forward กลับไปยัง Catch-all เพื่อป้องกัน looping mail
แม้ปลายทางจะสะกดชื่อผิด หรือส่งหาบัญชีที่ไม่มีอยู่จริง ระบบก็จะเปลี่ยนเส้นทางมาสู่ผู้ดูแลที่คุณกำหนดไว้ เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการติดต่อ และช่วยให้การสื่อสารในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีหล่นกลางทาง
เริ่มเปลี่ยนการทำงานให้ง่ายขึ้น ด้วย Google Workspace และทีมดูแลจาก NTS
เราพร้อมช่วยดูแลทุกขั้นตอน เพื่อให้การทำงานของคุณราบรื่นทุกวัน ❤