Google Meet ปรับการบันทึกการประชุมให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Automatic Language Detection ที่ช่วยตรวจจับภาษาที่ใช้ในห้องประชุมแบบอัตโนมัติ
ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้การถอดเสียง (Transcript), สรุปการประชุม (Summary) และคำบรรยาย (Captions) ตรงกับภาษาที่ใช้จริงมากที่สุด
ลดโอกาสที่ข้อมูลจะคลาดเคลื่อนจากการตั้งค่าผิด
จุดเด่นของอัปเดตนี้คือ ระบบจะคอยตรวจสอบภาษาที่กำลังพูดอยู่ตลอดการประชุม หากพบว่าไม่ตรงกับภาษาที่ตั้งค่าไว้ใน Google Meet จะมีข้อความแจ้งเตือน (Nudge) ขึ้นมาให้ผู้ใช้เปลี่ยนภาษาได้ทันที
เมื่อมีการเปลี่ยนภาษา ระบบจะเริ่มสร้าง transcript และสรุปประชุมใหม่ด้วยภาษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ข้อมูลที่บันทึกไว้ตรงกับเนื้อหาการประชุมจริงมากที่สุด
ข้อดีคือ เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเริ่มประชุมใหม่ แค่กดเปลี่ยนภาษา ระบบก็จะปรับการทำงานให้ทันที ทำให้ข้อมูลหลังประชุมยังนำไปใช้งานต่อได้อย่างแม่นยำ
การใช้งาน
ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานอัตโนมัติ โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม และหากระบบตรวจพบว่าภาษาไม่ตรง จะมีแจ้งเตือนขึ้นมาหลังจากมีการพูดต่อเนื่องประมาณ 30 วินาที ให้เลือกว่าจะเปลี่ยนภาษา หรือข้ามไปก่อนก็ได้
ภาษาที่รองรับ
อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี โปรตุเกส และสเปน
การปล่อยฟีเจอร์
เริ่มทยอยปล่อยฟีเจอร์นี้ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
แพ็กเกจที่รองรับ
- Business Standard และ Plus
- Enterprise Standard และ Plus
- Frontline Plus
- Google AI Pro for Education
- Google AI Pro และ Ultra
แม้จะเป็นอัปเดตเล็ก ๆ แต่ช่วยลดความผิดพลาดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องนำสรุปประชุมไปใช้งานต่อจริง หรือมีการประชุมหลายภาษาในทีม
หากองค์กรของคุณสนใจใช้งาน Google Workspace
NTS พร้อมช่วยให้การใช้งานในองค์กรของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการดูแลที่เข้าใจการทำงานของแต่ละทีมอย่างแท้จริง
ที่มา: Google Workspaces Updates