ทุกวันนี้ AI กลายเป็นผู้ช่วยที่หลายคนใช้ทำงานเป็นประจำ ไม่ว่าจะช่วยเขียนเอกสาร สร้างรูปภาพ หรือทำวิดีโอ ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก แต่เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก็เริ่มมีคำถามตามมาว่า
“งานชิ้นนี้คนทำเองทั้งหมด หรือมี AI ช่วยสร้าง??”
Microsoft จึงเพิ่มฟีเจอร์ AI Watermark ใน Microsoft 365 เพื่อช่วยระบุว่าคอนเทนต์ชิ้นนั้นมีการใช้ AI เข้ามาช่วยหรือไม่ ทำให้ตรวจสอบที่มาของงานได้ง่ายขึ้น และช่วยให้องค์กรใช้งาน AI ได้อย่างโปร่งใสมากกว่าเดิม
จุดเด่นของฟีเจอร์นี้คือ แม้ผู้ใช้งานจะมองไม่เห็นลายน้ำด้วยตา แต่ระบบยังสามารถตรวจสอบที่มาของคอนเทนต์ได้ เพราะไฟล์จะมี Metadata หรือข้อมูลเบื้องหลังที่บันทึกไว้ว่า AI ถูกนำมาใช้เมื่อไร และใช้อย่างไร ช่วยให้ทีมงานหรือผู้ตรวจสอบสามารถยืนยันแหล่งที่มาของไฟล์ได้ในภายหลัง
การใช้งาน
สำหรับการใช้งานในองค์กร แอดมินสามารถกำหนดให้ระบบใส่ AI Watermark ได้อัตโนมัติเมื่อมีการสร้างคอนเทนต์ด้วย AI โดยแต่ละประเภทจะทำงานแตกต่างกันเล็กน้อย
- วิดีโอ จะมีลายน้ำแสดงบนภาพ
- ไฟล์เสียง จะฝังสัญญาณเสียงแฝง (Audio Watermark)
- รูปภาพ ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปิดหรือปิด AI Watermark ได้เองผ่านหน้า Settings
ส่วนผู้ใช้งานทั่วไป หากต้องการเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ สามารถเข้าไปที่ Privacy Dashboard ของ Microsoft แล้วเปิดตัวเลือกที่เกี่ยวกับ Copilot ได้ด้วยตนเอง
ต่อไปเวลามีเอกสาร รูปภาพ หรือวิดีโอที่สร้างด้วย Copilot ก็ไม่ต้องเดากันอีกว่า AI มีส่วนช่วยหรือไม่ เพราะ AI Watermark จะช่วยให้ตรวจสอบที่มาของคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้น ทำให้ทั้งทีมทำงานต่อกันได้อย่างมั่นใจมากกว่าเดิม
ถ้าอยากใช้ Microsoft 365 พร้อม AI ให้คุ้มและปลอดภัยมากขึ้น
NTS ช่วยดูแลตั้งค่าและวางระบบให้เหมาะกับองค์กรของคุณได้ครบจบในที่เดียว
ที่มา: Microsoft 365 Insider Blog