สายพรีเซนต์ที่ใช้ PowerPoint บน Mac เตรียมเฮได้เลย! เพราะตอนนี้ Microsoft เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้การใส่แคปชันในวิดีโอง่ายยิ่งกว่าเคย ไม่ต้องพึ่งแอปตัดต่อให้ยุ่งยาก แถมยังเป็นมิตรกับทุกคน ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเรียน สอน หรือประชุมก็ตาม
Microsoft ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้ PowerPoint บน Mac ที่ให้คุณสามารถใส่ “ไฟล์แคปชัน” หรือ Subtitle ลงในวิดีโอที่แทรกอยู่ในสไลด์ของคุณได้ง่าย ๆ เหมือนกับเวอร์ชัน Windows ซึ่งการใส่แคปชันในวิดีโอจะช่วยให้ผู้ดูเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยไฟล์ที่รองรับตอนนี้คือ .vtt (Web Video Text Tracks) ซึ่งเป็นมาตรฐานคำบรรยายที่ใช้กันแพร่หลาย
โดยฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานใน PowerPoint บน Mac ในเวอร์ชัน Beta Channel โดยต้องใช้ เวอร์ชัน 16.98 (Build 25050401) ขึ้นไปเท่านั้น และจะทยอยปล่อยให้ทุกคนใช้งานเร็ว ๆ นี้
วิธีการใช้งาน :
- เปิดไฟล์ PowerPoint บนเครื่อง Mac ของคุณ แล้วแทรกวิดีโอที่ต้องการ จากนั้นเลือก Playback > Edit Captions หรือจะคลิกขวาที่วิดีโอแล้วเลือก Edit Captions ก็ได้เช่นกัน (หากเปิด Accessibility Assistant จะมีแท็บ Accessibility เพิ่มขึ้นมาด้วย)
- ที่แถบด้านขวาของหน้าจอ จะเห็นแถบ Closed Captions ให้เลือกเมนู Generate Captions from: แล้วเลือกภาษาที่พูดในวิดีโอนั้น ระบบจะเริ่มสร้างคำบรรยายให้อัตโนมัติ
- เมื่อระบบสร้างเสร็จ คำบรรยายจะปรากฏให้เห็นในแถบด้านขวา คุณสามารถคลิกที่แต่ละบรรทัด และแก้ไขข้อความตามต้องการได้เลย
- ถ้าอยากได้แคปชันหลายภาษา ให้เลือกเมนู Translate to: แล้วเลือกภาษาที่ต้องการ
หมายเหตุ : แคปชันที่แปลแล้วจะปรากฏในบานหน้าต่าง Closed Captions
- หากอยากดูแคปชันทั้งหมดที่แทรกไว้ในวิดีโอ ให้คลิกปุ่ม < Tracks เพื่อดูรายการแคปชันที่มี
- จากตรงนี้คุณสามารถเพิ่ม / ลบ / เรียงลำดับแคปชันได้
- ถ้ามีไฟล์แคปชันที่ทำไว้แล้ว (เช่น .vtt หรือ .srt) ก็สามารถอัปโหลดได้ทันทีผ่านปุ่ม Insert Captions from File
หมายเหตุ : คุณสามารถเลือกไฟล์หลายไฟล์ได้ในครั้งเดียว
การใส่แคปชันในวิดีโอไม่เพียงช่วยให้การนำเสนอของคุณดูโปรขึ้น แต่ยังช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังได้หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาการได้ยิน หรือผู้ที่อยากดูวิดีโอแบบเงียบ ๆ ฟีเจอร์นี้เหมาะมากสำหรับการนำเสนอแบบมืออาชีพในทุกสถานการณ์
หากใครยังไม่ได้ใช้ Microsoft 365 ลิขสิทธิ์แท้ หรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม NTS พร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างครบครัน ติดต่อเราได้เลย!
📞 0-2107-3466
🎫 Open Ticket
ที่มา : Microsoft 365 Insider Blog